Sahaviriya Steel Industries PLC

ข่าวประชาสัมพันธ์องค์กร

 

บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน)

รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 4 และงวดปี 2557

 

ไตรมาส 4/2557

  • รายได้จากการขายและบริการกลุ่มรวม 14,200 ล้านบาท ปริมาณขายเหล็กรวม 757 พันตัน
  • ไตรมาส 4 ขาดทุนสุทธิ (งบเดี่ยว) 757 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ (งบรวม)  1,552  ล้านบาท
  • ไตรมาส 4 EBITDA (งบเดี่ยว) ติดลบ 241 ล้านบาท EBITDA กลุ่ม (งบรวม) ติดลบ 133 ล้านบาท

ประจำปี 2557

  • รายได้จากการขายและบริการกลุ่มรวม 65,276 ล้านบาท ปริมาณขายเหล็กรวม 3,318 พันตัน
  • งวด ปี 2557  ขาดทุนสุทธิ (งบเดี่ยว) 346 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ (งบรวม) 4,903 ล้านบาท
  • งวด ปี 2557 EBITDA (งบเดี่ยว) 1,887 ล้านบาท EBITDA กลุ่ม (งบรวม) 808 ล้านบาท

     บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 4/2557 และผลการดำเนินงานงวด ปี 2557 ดังนี้

ไตรมาส 4/2557

     งบการเงินเฉพาะบริษัท (ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อน) – บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 5,765 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 27 จากไตรมาสก่อน) โดยมีปริมาณขายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน 267 พันตัน (ลดลงร้อยละ 25 จากไตรมาสก่อน และ ลดลงร้อยละ 37 จากงวดเดียวกันปีก่อน) โดยเป็นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มพิเศษ (Premium Value Products) ร้อยละ 39 ของปริมาณขายรวม EBITDA ติดลบ 241 ล้านบาท และมีขาดทุนสุทธิ 757 ล้านบาท (ลดลงจากกำไรสุทธิ 36 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน และลดลงจากกำไรสุทธิ 75 ล้านบาท ในงวดเดียวกันปีก่อน)

     งบการเงินรวม – บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 14,200 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงร้อยละ 12 จากงวดเดียวกันของปีก่อน) โดยมีปริมาณขายเหล็กรวม 757 พันตัน Group EBITDA ติดลบ 133 ล้านบาท มีผลขาดทุนสุทธิ 1,552 ล้านบาท (ผลประกอบการโดยรวมดีขึ้นเมื่อเทียบงวดเดียวกันปีก่อน เนื่องจากปริมาณขายให้แก่บุคคลภายนอก รวมถึงส่วนต่างระหว่างราคาขาย และวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจโรงถลุงเหล็ก)

งวดปี 2557

     งบการเงินเฉพาะบริษัท (ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อน) – บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 32,382 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 29 จากปีก่อน) โดยมีปริมาณขายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน 1,468 พันตัน (ลดลงร้อยละ 31 จากงวดเดียวกันปีก่อน) โดยเป็นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มพิเศษ (Premium Value Products) ร้อยละ 38 ของปริมาณขายรวม มี EBITDA เป็นบวก 1,887 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 36 จากปีก่อน) และขาดทุนสุทธิ 346 ล้านบาท (กลับจากกำไรสุทธิ 270 ล้านบาทในปีก่อน)

     งบการเงินรวม – บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 65,276 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 0.2 จากปีก่อน) จากปริมาณขายเหล็กรวม 3,318 พันตัน มี Group EBITDA 808 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจาก EBITDA ติดลบ 2,888 ล้านบาทในปีก่อน) มีผลขาดทุนสุทธิ 4,903 ล้านบาท (ขาดทุนลดลงร้อยละ 30 จากปีก่อน)

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 4/2557 ของบริษัทย่อยและกิจการที่ควบคุมร่วมกัน มีดังต่อไปนี้

     • ธุรกิจโรงถลุงเหล็ก มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 11,644 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากไตรมาสก่อน และร้อยละ 2 จากปีก่อน) มี EBITDA 29 ล้านบาท โดยลดลงร้อยละ 91จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นจาก EBITDA ติดลบ 1,887 ล้านบาท ในปีก่อน) มีผลขาดทุนสุทธิ 843 ล้านบาท (ขาดทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 67 จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงร้อยละ 69 จากปีก่อน)
     • ธุรกิจท่าเรือ มีรายได้จากการให้บริการรวม 79 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงร้อยละ 2 จากงวดเดียวกันปีก่อน) มีกำไรสุทธิ 25 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงร้อยละ 22 จากงวดเดียวกันปีก่อน)
     • ธุรกิจวิศวกรรม มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม152 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 24 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 34 จากงวดเดียวกันปีก่อน) เป็นรายได้นอกกลุ่มร้อยละ 69 และขาดทุนสุทธิ 14 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 82 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ218 จากงวดเดียวกันปีก่อน)
     • ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดเย็น มีรายได้จากการขายรวม 3,283 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 21 จากงวดเดียวกันปีก่อน) กำไรสุทธิ 72 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 119 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 1526 จากงวดเดียวกันปีก่อน)

สำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2557 ของบริษัทย่อยและกิจการที่ควบคุมร่วมกัน มีดังต่อไปนี้

     • ธุรกิจโรงถลุงเหล็ก มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 46,809 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากปีก่อน) มี EBITDA ติดลบ 1,046 ล้านบาท ติดลบน้อยลงจาก EBITDA ติดลบ 5,919 ล้านบาทในปีก่อน มีผลขาดทุนสุทธิ 4,396 ล้านบาท (ขาดทุนลดลงจากผลขาดทุนสุทธิ 7,259 ล้านบาทในปีก่อน)
     • ธุรกิจท่าเรือ มีรายได้จากการให้บริการรวม 283 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 28 จากปีก่อน) มีกำไรสุทธิ 69 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 56 จากปีก่อน)
     • ธุรกิจวิศวกรรม มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 803 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 12 จากปีก่อน) เป็นรายได้นอกกลุ่มร้อยละ 69 และขาดทุนสุทธิ 120 ล้านบาท (กลับจากกำไรสุทธิ 49 ล้านบาทปีก่อน)
     • ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดเย็น มีรายได้จากการขายรวม 12,287 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากปีก่อน) กำไรสุทธิ 2 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 99 จากปีก่อน)

     นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสเอสไอกล่าวว่า “ในไตรมาส 4 ถึงแม้ว่าเราสามารถทำกำไร EBITDA หลักเป็นบวก 918 ล้านบาทจากธุรกิจ แต่ขณะเดียวกันเราต้องเผชิญกับความผันผวนของตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็วและค่าเงินสกุลรูเบิลของรัฐเซียตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งล้วนเป็นแรงกดดันอย่างมากต่อตลาดเหล็กโลก ส่งผลให้ราคาเหล็กลดลงถึงร้อยละ 30 ในช่วงระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน เราจึงดำเนินการอย่างรอบคอบด้วยการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าของสินค้าคงเหลือและการตั้งสำรองจากภาระผูกพันตามสัญญาการซื้อวัตถุดิบ 1,052 ล้านบาท ทำให้ EBITDA ติดลบ 133 ล้านบาท”

     ธุรกิจโรงถลุงเหล็ก เราประสบความสำเร็จด้านส่วนต่างราคาเหล็กแท่งแบน (Slab Margin) ที่ร้อยละ 41.8 ซึ่งเป็นยอดสูงสุดที่เคยมีมา สืบเนื่องมาจากการลดลงของราคาวัตถุดิบ และความพยายามของเราในการปรับสูตรวัตถุดิบเพื่อลดต้นทุน ส่วนอัตราการใช้ PCI ได้ไต่ขึ้นไปถึงระดับที่สูงที่สุดที่เคยมีมา ที่ 110 กิโลกรัมต่อตันในไตรมาสนี้ ซึ่งช่วยลดต้นทุนให้เราได้มาก เรามียอดจำหน่ายเหล็กแท่งแบนให้กับบุคคลภายนอกสูงถึงร้อยละ 69 มี EBITDAหลัก 517 ล้านบาทซึ่งอยู่ในระดับสูงที่สุดที่เคยมีมา แต่หลังตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าของสินค้าคงเหลือและการตั้งสำรองจากภาระผูกพันตามสัญญาการซื้อวัตถุดิบ 488 ล้านบาท จะคงเหลือ EBITDA เป็นบวก 29 ล้านบาท

     ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อน ความต้องการเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนภายในประเทศยังคงอ่อนตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ซึ่งตรงกับเราได้คาดการณ์ไว้ ปริมาณขายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนลดลงร้อยละ 25 จากไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตาม เราสามารถรักษาระดับส่วนต่างราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (HRC Spread) ได้ที่ 123 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน มีEBITDA หลักเป็นบวก 323 ล้านบาท และเช่นเดียวกับธุรกิจโรงถลุงเหล็ก หลังตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าของสินค้าคงเหลือและการตั้งสำรองจากภาระผูกพันตามสัญญาการซื้อวัตถุดิบ 564 ล้านบาท ทำให้ EBITDA ติดลบ 241 ล้านบาท

     ปี 2557เราประสบความสำเร็จในการพลิกสถานการณ์ธุรกิจจากที่มี EBITDA เป็นลบ 2,888 ล้านบาทในปี 2556 พลิกกลับมามีEBITDA เป็นบวก 808 ล้านบาท ในปี 2557 ซึ่งต้องขอบคุณพนักงานที่ทุ่มเททำงานหนักและสร้างสรรค์ เราได้เปิดตัวและดำเนินโครงการหลายโครงการเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มผลผลิตและผลประโยชน์และปรับปรุงคุณภาพได้สำเร็จ

     เรายังคงดำเนินตามพันธกิจและกลยุทธสร้างสรรค์นวัตกรรมและบูรณาการธุรกิจในกลุ่มให้ดีที่สุด เรายังคงเดินหน้าลดค่าใช้จ่ายรวมทั้งเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของฐานการผลิตผ่านการบูรณาการและการแบ่งปัน แนวปฏิบัติที่ดี ความเป็นเลิศในการปฏิบัติการ และความสามารถของบุคลากร เรายังคงเดินหน้าโครงการที่ส่งผลสำเร็จเร็ว(quick-win initiatives) ซึ่งใช้เวลาดำเนินโครงการสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูงและรวดเร็ว เรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มพิเศษ (Premium Value Products) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าของเรา

     เรามองว่าตลาดระยะสั้นยังคงมีความไม่แน่นอน แม้ความต้องการของตลาดในอเมริกาเหนือยังคงแข็งแกร่ง แต่ความมั่นใจของผู้ซื้อเหล็กทั่วโลกต่ำ จากการที่ตลาดเหล็กโลกยังคงปรับตัวและมองหาจุดต่ำสุด การส่งออกเหล็กของจีนยังสูงกว่า 10 ล้านตันต่อเดือน สถานการณ์รัสเซียกับยูเครนยังไม่นิ่งเช่นเดียวกับสถานการณ์กรีซ ในสถานการณ์ที่ยากลำบากแบบนี้ การบริหารงานด้วยความรอบคอบและการจัดการความเสี่ยงที่ดี เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราผ่านพ้นไปได้ สัญญาณที่ดีคือความต้องการเหล็กภายในประเทศในไตรมาสที่ 4 ที่ตกต่ำลงได้ผ่านพ้นไปแล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากโครงการพัฒนาด้านเศรษฐกิจต่างๆที่ริเริ่มโดยรัฐบาลได้เริ่มต้น ต้นทุนวัตถุดิบยังคงมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากอุปทานสูงเกินความต้องการ แต่เนื่องจากราคาเหล็กลดลงอย่างรวดเร็วมาก่อนหน้านั้น ทำให้ส่วนต่างราคาในไตรมาส 1 ต่ำกว่าระดับปกติซึ่งกว่าจะกลับมาสู่ระดับปกติก็เมื่อจากตลาดเหล็กกลับสู่สมดุล

เอสเอสไอรับรางวัล EIA Monitoring Awards 2557

eia450

     พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  มอบ “รางวัลสถานประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมดีเด่น ประจำปี 2557” (EIA Monitoring Award 2014) แก่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ โดยมีนายมนินทร์ อินทร์พรหม ผู้จัดการทั่วไป ด้านปฏิบัติการสายการผลิต เป็นผู้แทนรับมอบ รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นโดยสำนักงานนโยบาย และแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกย่องเชิดชูสถานประกอบการที่มีมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมดีเด่นให้เป็นแบบอย่างแก่ผู้อื่นได้ปฏิบัติตาม ณ ห้องวายุภักษ์ 3-4 โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2557

เอสเอสไอคว้ารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นประเภทเพิ่มผลผลิต

PM450-01

ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นประเภทการเพิ่มผลผลิต แก่บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ โดยมีนายทินกร ผดุงวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการผลิต เป็นผู้แทนบริษัทรับมอบ รางวัลดังกล่าวกระทรวงอุตสาหกรรมจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีความคิดริเริ่ม มีความอุตสาหะวิริยะในการสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2557

5 steel companies hold “Thailand Iron Man Mini Marathon 2014” Raise fund to support the underprivileged

450mini2014


          The executives from 5 steel companies – Mr. Win Viriyaprapaikit, Group CEO and President of Sahaviriya Steel Industries PLC (SSI), Mr. Mitsuo Yasuhisa, President of Thai Cold Roll Steel Sheet Public Company Limited (TCRSS), Mr. Somkiat Pintatham, President of NS Blue Scope (Thailand) Limited (NS Blue Scope), Mr. Hiroaki Sato, President of Siam United Steel (1995) Co., Ltd (SUS), Mr. Akihiko Ota, President of Nippon Steel & Sumikin Galvanizing (Thailand) Co., Ltd (NSGT) and an honourable guest, H.E. Mr. Mark Kent, British Ambassador, together held “Thailand Iron Man Mini Marathon 2014,” which has raised 2.6 million baht fund, to support organizations for the underprivileged nationwide, at Lumpini Park, recently.

บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน)

รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน ปี 2557

  • รายได้จากการขายและบริการกลุ่มรวม 14,014 ล้านบาท ปริมาณขายเหล็กรวม 711 พันตัน
  • ไตรมาส 3 กำไรสุทธิ (งบเดี่ยว) 36 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ (งบรวม)  547  ล้านบาท
  • งวด 9 เดือน
  • ไตรมาส 3 EBITDA (งบเดี่ยว) 581 ล้านบาท EBITDA กลุ่ม (งบรวม)  866
  • EBITDA รายไตรมาสของธุรกิจโรงถลุงเหล็กเป็นบวกครั้งแรก 339 ล้านบาทนับตั้งแต่เริ่มผลิตเหล็กแท่งแบนในไตรมาส 2/2555

 

บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3/2557 และผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน ปี 2557 ดังนี้ 

ไตรมาส 3/2557

งบการเงินเฉพาะบริษัท – บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 7,845 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 9  จากไตรมาสก่อน) โดยมีปริมาณขายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน 355 พันตัน (ลดลงร้อยละ 8 จากไตรมาสก่อน และ ลดลงร้อยละ 40 จากงวดเดียวกันปีก่อน) โดยเป็นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มพิเศษ (Premium Value Products) ร้อยละ 34 ของปริมาณขายรวม  EBITDA  581 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 1 จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 จากงวดเดียวกันปีก่อน)   และมีกำไรสุทธิ 36 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 114 จากงวดเดียวกันปีก่อน)

งบการเงินรวม – บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 14,014 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 22 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 17 จากงวดเดียวกันของปีก่อน) จากปริมาณขายเหล็กรวมสูงถึง  711 พันตัน Group EBITDA 866 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจาก 0.3 ล้านบาทในไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ165 จากงวดเดียวกันปีก่อน)   มีผลขาดทุนสุทธิ 547 ล้านบาท (ผลประกอบการโดยรวมดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และงวดเดียวกันปีก่อน เนื่องจากส่วนต่างระหว่างราคาขาย และวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น)   

งวด 9 เดือน ปี 2557

งบการเงินเฉพาะบริษัท – บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 26,616 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 27 จากงวดเดียวกันของปีก่อน) โดยมีปริมาณขายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน  1,201  พันตัน (ลดลงร้อยละ 30 จากงวดเดียวกันปีก่อน) โดยเป็นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มพิเศษ (Premium Value Products) ร้อยละ 38 ของปริมาณขายรวม  EBITDA  2,128 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 5 จากงวดเดียวกันปีก่อน)   และมีกำไรสุทธิ  410 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 204 จากงวดเดียวกันปีก่อน)

งบการเงินรวม – บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 51,076 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากงวดเดียวกันของปีก่อน) จากปริมาณขายเหล็กรวมสูงถึง 2,561 พันตัน Group EBITDA 942 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 166 จากงวดเดียวกันปีก่อน)   มีผลขาดทุนสุทธิ 3,351 ล้านบาท (ขาดทุนน้อยลงร้อยละ 19 จากงวดเดียวกันปีก่อน)   

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3/2557 ของบริษัทย่อยและกิจการที่ควบคุมร่วมกัน มีดังต่อไปนี้

  • ธุรกิจโรงถลุงเหล็ก
  • ธุรกิจท่าเรือ มีรายได้จากการให้บริการรวม 78 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงร้อยละ 18 จากงวดเดียวกันปีก่อน) มีกำไรสุทธิ 24 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 278 จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงร้อยละ 34 จากงวดเดียวกันปีก่อน)
  • ธุรกิจวิศวกรรม มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 199 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 13 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 8 จากงวดเดียวกันปีก่อน) เป็นรายได้นอกกลุ่มร้อยละ 69 และขาดทุนสุทธิ 76  ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 138 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ1033 จากงวดเดียวกันปีก่อน)
  • ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดเย็น7 จากงวดเดียวกันปีก่อน) กำไรสุทธิ 33 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 476 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 241 จากงวดเดียวกันปีก่อน)

 

นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสเอสไอกล่าวว่า  “ความพยายามของเราที่จะพลิกฟื้นสถานการณ์ธุรกิจยังส่งผลดีขึ้น ในด้านงบการเงินรวมของกลุ่มนั้น จากที่เรามี EBITDA เป็นบวกเล็กน้อยในสองไตรมาสแรกของปี ในไตรมาสสามนี้เรามี EBITDA เป็นบวกถึง 866 ล้านบาท

ธุรกิจโรงถลุงเหล็ก จากที่สามารถพลิกสถานการณ์มามี EBITDA เป็นบวกครั้งแรกในเดือนมิถุนายน  เรามี EBITDA เป็นบวกในไตรมาส 3/2557 เป็นไตรมาสแรก 339 ล้านบาท ในขณะที่ราคาขายเฉลี่ยเหล็กแท่งปรับตัวลดลงร้อยละ 3  เมื่อเทียบกับ   ไตรมาสก่อน เราได้ส่วนต่างราคาเหล็กแท่งแบน (Slab Spread) เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งราคาวัตถุดิบลดลง และ ความสามารถของเราในการปรับสูตรการใช้วัตถุดิบ และในขณะที่ความต้องการเหล็กแท่งแบนทั่วโลกยังคงสูงตลอดไตรมาส เราจำหน่ายเหล็กแท่งแบนให้กับบุคคลภายนอกร้อยละ 52 เนื่องจากมีการใช้ภายในกลุ่มสูงขึ้น ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 5 เป็น 705 พันตัน ซึ่งทำให้ต้นทุนเราลดลง

ธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อน ยอดขายลดลงจากไตรมาสก่อนร้อยละ 9 เนื่องจากความต้องการเหล็กในประเทศยังไม่ฟื้นตามที่คาดไว้หลังจากภาวะการเมืองเริ่มคลี่คลาย อย่างไรก็ตามเราประสบความสำเร็จด้านส่วนต่างราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (HRC Spread) ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 ทำให้เรามีผลกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 36 ล้านบาทในไตรมาสนี้แม้ว่าปริมาณขายจะลดลงก็ตาม”

เรายังคงดำเนินกลยุทธ์สองทาง ทั้งในส่วนของการสร้างสรรค์นวัตกรรมและบูรณาการธุรกิจต่างๆของเราโดยมีโครงการต่างๆที่น่าสนใจที่จะเสร็จในไตรมาสสุดท้ายของปีและอยู่ในแผนงานของปีหน้า เรากำลังพัฒนาแผนงานต่อเนื่องสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มพิเศษ (Premium Value Products) ใหม่ ๆ ซึ่งจะทำให้ยอดขายเราเติบโตในปีต่อๆไป นอกจากนี้ แผนการเพิ่มมูลค่าธุรกิจกำลังถูกขับเคลื่อนและเกิดผลโดยผ่านโครงการ AAA Projects ซึ่งเป็นโครงการที่มีผลตอบแทนสูงต่างๆที่เรากำลังพัฒนาและจะทยอยเสร็จในระยะสั้นและระยะกลาง ขณะนี้สถานการณ์ธุรกิจได้พลิกกลับมา และมีแนวโน้มในการทำกำไรได้สูงขึ้น เราต้องทวีความพยายามเพิ่มขึ้นในการบูรณาการธุรกิจในกลุ่มให้ดีที่สุด เช่น การเป็นเลิศในเชิงปฏิบัติการ รวมทั้งการแบ่งปันและพัฒนาบุคลากรในด้านต่างๆทั่วทั้งกลุ่ม”

“เรามองแนวโน้มตลาดระยะสั้นยังคงอ่อนตัว แม้ว่าการเมืองในประเทศจะมีเสถียรภาพจากการบริหารโดยรัฐบาลใหม่  เศรษฐกิจภายในประเทศยังคงซบเซา เราคาดว่าความต้องการเหล็กในประเทศจะยังคงอ่อนตัวในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ก่อนที่โครงการด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลจะเริ่มส่งผลและแปลงไปสู่ความต้องการเหล็กที่มากขึ้น ในระดับโลก มีหลายแรงต้านทานทั้งจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีน และความตึงเครียดทางการเมืองในส่วนต่างๆของโลก กำลังการผลิตเหล็กของจีนที่ล้นเกินความต้องการยังคงเป็นปัญหาใหญ่สุด การส่งออกเหล็กของจีนรายเดือนไปแตะจุดสูงสุดและกดดันความเชื่อมั่นของตลาดเหล็กโลก ข่าวดีก็คือราคาแร่เหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของเรายังคงมีแนวโน้มลดลงอันเนื่องมาจากมีอุปทานมาก ดังนั้นเราจะยังคงสามารถรักษาส่วนต่างราคาที่เหมาะสม เราคาดว่ายอดขายในธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อนจะอ่อนตัวลงในไตรมาสที่ 4 ปีก่อนที่จะเพิ่มขึ้นในปี 2015 ในขณะที่ธุรกิจโรงถลุงเหล็กยังคงมีทิศทางที่ดีในแง่ของผลดำเนินงานด้านธุรกิจ” นายวินกล่าว

5 บริษัทเหล็กรวมพลังจัด "ฅนเหล็กมินิมาราธอน 2557" มอบเงินรายได้ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส

450mini2014

ผู้บริหารกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กประกอบด้วย นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) (SSI) Mr. Mitsuo Yasuhisa กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) (TCRSS) นายสมเกียรติ ปินตาธรรม ประธานบริษัท เอ็นเอส  บลูสโคป  (ประเทศไทย)  จำกัด  (NS  Blue Scope) Mr. Hiroaki Sato กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามยูไนเต็ดสตีล (1995) จำกัด (SUS) และ Mr. Akihiko Ota ประธานบริษัท นิปปอน สตีล แอนด์ ซูมิคิน กัลวาไนซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (NSGT) ในฐานะองค์กรร่วมจัดการแข่งขันเดิน-วิ่งการกุศล “ฅนเหล็กมินิมาราธอน ครั้งที่ 7” โดยได้รับเกียรติจาก H.E. Mr. Mark Kent เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยร่วมพิธีมอบเงินรายได้จากการจัดการแข่งขัน โดยไม่หักค่าใช้จ่าย จำนวนกว่า 2.6 ล้านบาท แก่มูลนิธิผู้ดูแล และให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ ณ สวนลุมพินี เมื่อเร็วๆนี้

เครือสหวิริยามอบทุนการศึกษาเยาวชนบางสะพานประจำปี 2557

     เครือสหวิริยา จัดโครงการมอบทุนการศึกษาเครือสหวิริยาประจำปี 2557 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 โดยมอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนจาก 21 สถานศึกษาในเขต 4 ตำบลรอบบริเวณที่ตั้งบริษัทในเครือสหวิริยา คือ ต.แม่รำพึง ต.กำเนิดนพคุณ ต.พงศ์ประศาสน์ และต.ธงชัย เพื่อสนับสนุนเยาวชนในท้องถิ่นที่มุ่งมั่นตั้งใจศึกษาแต่มีฐานะยากจนให้มีโอกาสทางการศึกษาอันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตและครอบครัวที่ดีในอนาคต ซึ่งในปี2557 นี้ เครือสหวิริยาได้มอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนบางสะพาน จำนวน 199 ทุน มูลค่ารวม 496,000 บาท ประกอบด้วย ทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา-มัธยมศึกษา จำนวน 191 ทุน ทุนการศึกษาต่อเนื่องระดับปริญญาตรีจำนวน 4 ทุน ทุนการศึกษาต่อเนื่องระดับปริญญาตรี ภายใต้ “โครงการครูสร้างเด็ก เหล็กสร้างครู” จำนวน 4 ทุน โดยได้รับเกียรติจากนายสิริวุฒิ เหมทัต รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ โดยมีนายเวรัชช์ ธาราสมบัติ นายอำเภอบางสะพาน พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงานเครือสหวิริยาเข้าร่วมกิจกรรม


     นอกเหนือจากนี้ในปี2557 เครือสหวิริยาได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานบริษัทในเครือสหวิริยา ในการร่วมสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนบางสะพานด้วยการสนับสนุนทุนการศึกษาเพิ่มเติมจากส่วนของบริษัท ภายใต้ กิจกรรม “ทุนนี้..เพื่อน้อง” ซึ่งในปีนี้มีพนักงานบริษัทในเครือสหวิริยาแจ้งความจำนงสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนบางสะพานจำนวน 36 ทุน รวมมูลค่า 40,500 บาท

ติดต่อเอสเอสไอ (สำนักงานกรุงเทพฯ)

ติดต่อเอสเอสไอ (สำนักงานโรงงาน)

เชื่อมต่อกับเรา

We're on Social Networks. Follow us & get in touch.